ปรึกษาเรื่องวางระบบงานข้ามแผนก

วางระบบให้งานข้ามแผนกไม่ตกหล่น

"เรื่องนั้นถึงไหนแล้ว" คำถามที่ยังต้องเดินไปถามคนอยู่ทุกวัน

สั่งซื้อไปแล้วของอยู่ไหน ใครรับเรื่องนี้ไป ทำจริงหรือยัง ถ้าคำถามพวกนี้ยังต้องถามคน แปลว่าวิธีทำงานของบริษัทยังไม่ได้อยู่ในระบบ เราวางให้ทุกเรื่องมีเจ้าของ มีสถานะ และเช็คเองได้

เราไม่ได้ขายโปรแกรมสำเร็จรูปให้คุณปรับวิธีทำงานตาม เราเอาวิธีทำงานที่บริษัทคุณใช้จริงอยู่แล้วมาวางลงในระบบ

  • มีหลายแผนกที่ต้องส่งงานต่อกัน
  • พนักงาน 30 คนขึ้นไป
  • เจ้าของยังต้องตามงานเอง
  • เคยลองระบบสำเร็จรูปแล้วไม่รอด
  • เริ่มต้นไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ก่อตั้งปี 2018
  • เริ่มจากแผนกเดียวก่อนได้

ตัวอย่างหน้าจอที่เปิดดูเองได้ ไม่ต้องถามใคร

ใบขอซื้อที่ค้างอยู่ ฝ่ายผลิต

ค้างอยู่ 3 ใบ สองใบรออนุมัติที่หัวหน้าฝ่ายมา 4 วัน อีกใบจัดซื้อรับเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้สั่ง เพราะรอยืนยันราคาจากผู้ขาย

รู้ว่าค้างที่ใคร รู้ว่าค้างมากี่วัน

ตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง

เช็กตัวเอง 30 วินาที

เช็กเร็วๆ ว่าบริษัทคุณโตเร็วกว่าวิธีทำงานไปแล้วหรือยัง

ลองดูว่าตรงกับบริษัทคุณกี่ข้อ ยิ่งโดนหลายข้อ เวลาที่เสียไปกับการตามเรื่องยิ่งมากขึ้นตามจำนวนคน

  • เช้านี้คุณต้องทักถามใครสักคนว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้ว
  • เดือนที่แล้วมีงานที่ลูกค้าต้องทวงก่อน คุณถึงรู้ว่ามันค้างอยู่
  • งานที่ค้างอยู่ตอนนี้ทั้งบริษัท ไม่มีที่ไหนเปิดดูได้ ต้องไล่ถามทีละแผนก
  • มีเรื่องที่สองแผนกคิดว่าอีกฝ่ายรับไปแล้ว จนสุดท้ายไม่มีใครทำ

เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายแผนกต้องส่งงานต่อกัน ตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป ถ้าโดนสักข้อ คุยกับเราได้เลย

ตอนงานส่งต่อหลายมือ

งานหายไประหว่างทาง แล้วไม่มีใครรู้

ถ้าโดนหลายข้อ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไม่เก่งหรือไม่ขยัน แต่อยู่ที่ไม่มีที่ให้ทุกคนเห็นตรงกันว่าอะไรอยู่ตรงไหน

สั่งซื้อไปแล้ว ของอยู่ไหน สั่งจริงหรือยัง

คำถามเดียวแต่ต้องไล่ถามสามคนกว่าจะได้คำตอบ และคำตอบที่ได้ก็ยังไม่แน่ใจว่าอัปเดตล่าสุดหรือเปล่า

งานนี้อยู่ที่ใคร ใครรับเรื่องไปแล้ว

เรื่องส่งต่อข้ามแผนกแล้วเงียบไป ไม่มีใครผิดสักคนเพราะทุกคนคิดว่าอีกฝ่ายรับไปแล้ว

เรื่องเดียวกัน แต่ละแผนกเล่าไม่ตรงกัน

ฝ่ายขายบอกว่าส่งเรื่องไปแล้ว จัดซื้อบอกว่ายังไม่ได้รับ พอไม่มีที่บันทึกว่าใครส่งเมื่อไร ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าตกหล่นตรงไหน

เจ้าของกลายเป็นคนตามงานเอง

เวลาที่ควรได้เอาไปคิดเรื่องโต หมดไปกับการเดินถามว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้ว เพราะไม่มีที่ให้เปิดดูเอง

ทุกคนขยัน แต่ไปคนละทิศ

จัดซื้อไปทางหนึ่ง เสนอราคาไปอีกทาง ไม่ใช่เพราะใครไม่เก่ง แต่เพราะไม่มีอะไรบอกว่าทั้งบริษัทกำลังไปทางไหน

ความเสียหายที่ไม่เคยอยู่ในงบ

งานที่ตกหล่น ลูกค้าที่รอนานจนเปลี่ยนใจ เวลาที่เสียไปกับการตามเรื่อง ของพวกนี้ไม่มีบรรทัดในงบกำไรขาดทุน แต่แพงกว่าต้นทุนที่เห็น

เอางานแบบไหนเข้าระบบได้บ้าง

เริ่มจากเส้นทางงานที่ตกหล่นบ่อยที่สุดก่อน

ไม่ต้องเอาทุกอย่างเข้าระบบพร้อมกัน เลือกเส้นเดียวที่เจ็บที่สุดมาทำก่อนแล้วค่อยขยาย

ขอซื้อและสั่งซื้อ

ตั้งแต่ใครขอ ใครอนุมัติ สั่งไปแล้วหรือยัง ของถึงเมื่อไหร่

ใบเสนอราคาและใบสั่งขาย

เสนอไปแล้วกี่ราย ลูกค้าตอบหรือยัง ใครตามอยู่

รับของและเบิกของจากคลัง

ของเข้าจริงเท่าไร ใครเบิกไป เหลือเท่าไร

งานที่ต้องส่งต่อข้ามแผนก

เรื่องที่เริ่มจากขายแล้วต้องผ่านผลิต คลัง และบัญชี

การอนุมัติที่ต้องรอคน

รออนุมัติอยู่ที่ใคร รอมากี่วันแล้ว

ข้อมูลที่ต้องส่งต่อให้บัญชี

เอกสารที่ทุกวันนี้ต้องรวบรวมกันใหม่ทุกสิ้นเดือน

คำถามที่เปิดดูเองได้ ไม่ต้องเดินไปถาม

  • ใบขอซื้อที่ค้างอยู่ตอนนี้ รออนุมัติอยู่ที่ใครบ้าง
  • เรื่องของลูกค้ารายนี้ ตอนนี้อยู่ขั้นไหนและใครถืออยู่
  • งานที่ค้างเกิน 7 วันมีกี่เรื่อง อยู่แผนกไหนมากที่สุด
  • เดือนนี้มีเรื่องที่ตกหล่นระหว่างส่งต่อกี่ครั้ง

ถ้ายังบอกไม่ได้ว่าตกหล่นตรงไหน ไม่เป็นไร ส่วนหนึ่งของการคุย 30 นาทีคือช่วยหาว่าควรเริ่มเส้นไหนก่อน

เราทำงานอย่างไร

สามขั้นตอน เริ่มจากวิธีทำงานที่บริษัทคุณใช้จริง ไม่ใช่จากหน้าจอที่โปรแกรมมีมาให้

1

ไล่ดูว่าวิธีทำงานจริงเป็นยังไง

เรื่องหนึ่งเริ่มที่ใคร ส่งต่อไปที่ไหน ใครต้องอนุมัติ และตอนนี้ตกหล่นตรงไหนบ่อยที่สุด นี่คือส่วนที่ใช้เวลามากที่สุดและข้ามไม่ได้

2

วางวิธีทำงานนั้นลงในระบบ

ให้ทุกเรื่องมีเจ้าของ มีสถานะ และมีที่อยู่ที่แน่นอน ไม่ใช่ให้คุณปรับวิธีทำงานตามโปรแกรมสำเร็จรูป

3

เปิดให้ทุกคนเช็คเองได้

ใครอยากรู้ว่าเรื่องถึงไหนก็เปิดดูเองได้ ไม่ต้องเดินไปถาม และเห็นตรงกันทั้งบริษัทว่าอะไรอยู่ตรงไหน

เปิดดูเองได้ว่าอะไรค้างอยู่ที่ใคร

ตัวเลขเป็นตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง

สิ่งที่คนขายระบบมักไม่บอก

งานจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง และไม่ได้ทำมาเพื่อลดคน

เราเลือกบอกสองข้อนี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มคุย เพราะถ้าไปรู้ทีหลังคือตอนที่ทีมเริ่มต่อต้านแล้ว และนั่นคือสาเหตุที่ระบบแบบนี้ล้มบ่อยที่สุด

บอกก่อนเลยว่างานจะเพิ่ม ไม่ใช่ลด

ระบบแบบนี้ทำให้คนต้องกรอกข้อมูลเพิ่ม เพราะข้อมูลคือหัวใจของมัน ใครบอกว่าใส่แล้วงานน้อยลงทันทีคือกำลังขายของ สิ่งที่ได้กลับมาคือความชัดเจนที่ทั้งบริษัทใช้ร่วมกัน

ไม่ได้ทำมาเพื่อลดคน

ถ้าบริษัทตั้งใจปรับวิธีทำงานอยู่แล้ว ระบบนี้จะไม่ได้ช่วยลดคน สิ่งที่ช่วยคือทำให้ข้อมูลที่เคยอยู่ในหัวคนปรากฏออกมาให้ทุกคนเห็น

ไม่บังคับให้ปรับวิธีทำงานตามโปรแกรม

นี่คือเหตุผลที่ระบบสำเร็จรูปมักไม่รอดกับธุรกิจไทย เพราะงานจริงมีข้อยกเว้นเยอะ เราจึงเริ่มจากวิธีทำงานของคุณ ไม่ใช่จากหน้าจอที่มีอยู่แล้ว

ทุกเรื่องย้อนดูได้ว่าใครทำอะไรเมื่อไร

ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อให้เวลามีปัญหาแล้วหาสาเหตุได้จริง แทนที่จะจบลงที่การเดาว่าน่าจะพลาดตรงไหน

ต่อกับโปรแกรมที่ใช้อยู่ได้

ถ้ามีโปรแกรมบัญชีหรือโปรแกรมขายอยู่แล้ว เราเชื่อมเข้ามา ไม่ได้บังคับให้เลิกใช้ของเดิมแล้วเริ่มใหม่ทั้งหมด

ต้นทุนของการยังไม่ทำอะไร

ความเสียหายที่ไม่มีบรรทัดในงบกำไรขาดทุน

ไม่ต้องเชื่อคำของเรา ลองตอบสี่ข้อนี้จากบริษัทคุณเอง

วันนี้คุณเดินไปถามว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้วกี่ครั้ง

ทุกครั้งที่ต้องถาม แปลว่าคำตอบนั้นไม่ได้อยู่ในที่ที่ใครก็เปิดดูได้

เดือนที่แล้วมีงานตกหล่นระหว่างส่งต่อกี่เรื่อง

ถ้าตอบไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าไม่มี แปลว่าไม่มีใครนับ

ลูกค้าเคยรอคำตอบจากคุณนานที่สุดกี่วัน เพราะเรื่องค้างอยู่ในบริษัท

ลูกค้าที่รอนานเกินไปมักไม่บ่น เขาแค่ไปหาเจ้าอื่น

ถ้าคุณไม่อยู่หนึ่งสัปดาห์ งานที่ต้องผ่านคุณจะค้างกี่เรื่อง

ถ้าเยอะ แปลว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของ คุณเป็นขั้นตอนหนึ่งในระบบ

คุยกับเรา 30 นาที แล้วเราจะช่วยดูว่างานของคุณตกหล่นตรงไหน และควรเริ่มวางเส้นไหนก่อน

เริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจากเส้นทางงานเดียวก่อน

เราแนะนำให้เริ่มจากเส้นที่ทีมบ่นบ่อยที่สุด ไม่ใช่เส้นที่เจ้าของอยากคุมที่สุด เพราะทีมจะยอมใช้ง่ายกว่ากันมาก

ขั้นที่ 1

คุยกันก่อน 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่าย

เล่าว่าบริษัทมีกี่แผนก งานวิ่งยังไง และตกหล่นตรงไหนบ่อยที่สุด ถ้าประเมินแล้วยังไม่ถึงเวลาต้องวางระบบ เราจะบอกตรง ๆ

ขั้นที่ 2

เข้าไปดูงานจริง

มีค่าใช้จ่าย

ลงไปนั่งดูว่างานจริงวิ่งยังไงในแต่ละแผนก แล้วเขียนออกมาเป็นแผนผัง ชี้ว่าตกหล่นตรงไหนบ้าง และควรวางเส้นไหนก่อน

ขั้นที่ 3

วางทีละเส้นทาง

แยกการตัดสินใจ

ทำเส้นแรกให้ทีมใช้จริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะต่อเส้นไหน ไม่ใช่เซ็นทีเดียวแล้วรอยาวเป็นปีกว่าจะได้ใช้

คุณจะได้อะไรจากขั้นที่ 2

สิ่งที่ได้
แผนผังว่างานจริงวิ่งอย่างไรในแต่ละแผนก ชี้จุดที่ตกหล่นบ่อยที่สุด และควรวางเส้นทางงานไหนก่อน
รูปแบบ
เอกสารสรุปหนึ่งชุด และนัดนำเสนอกับคุณและหัวหน้าแผนก
ใช้เวลา
1–2 สัปดาห์
เป็นของคุณไหม
เอกสารชุดนี้เป็นของคุณ

คุณจะรู้กรอบงบตั้งแต่จบการคุยครั้งแรก ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น และแต่ละขั้นแยกจ่ายแยกตัดสินใจ ไม่ต้องเหมาทั้งก้อน

ใครอยู่เบื้องหลัง

ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำระบบธุรกิจจริงมาตั้งแต่ปี 2018

I GEAR GEEK เป็นทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ส่งมอบงานให้ธุรกิจไทยมาแล้วกว่า 150 โปรเจค งานส่วนใหญ่คือระบบหลังบ้านที่ต้องส่งงานต่อกันหลายมือ

2018

ปีที่ก่อตั้งทีมพัฒนาซอฟต์แวร์

150+

โปรเจคที่ส่งมอบจริง

30 นาที

เวลาที่ใช้คุยดูว่างานคุณตกหล่นตรงไหน

ระบบจัดการงานหลังบ้านข้ามแผนก ธุรกิจที่งานต้องส่งต่อหลายมือ ทุกเรื่องมีเจ้าของ มีสถานะ และย้อนดูได้
ระบบเชื่อมข้อมูลบัญชี ขาย และคลัง ธุรกิจที่ใช้หลายระบบพร้อมกัน ทำให้แต่ละแผนกเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน
ระบบขออนุมัติและติดตามสถานะ ธุรกิจที่มีลำดับอนุมัติหลายชั้น รู้ว่าค้างอยู่ที่ใครและค้างมานานแค่ไหน
หน้าจอสรุปข้อมูลผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจหลายแผนก เปิดดูเองได้โดยไม่ต้องสั่งให้ใครทำรายงาน

เราไม่เปิดเผยชื่อลูกค้าและรายละเอียดโปรเจคตามข้อตกลงรักษาความลับ รายการข้างต้นจึงระบุเป็นประเภทงานและกลุ่มธุรกิจแทน

เราเลือกทำกับบริษัทกลุ่มแรกแบบใกล้ชิด

เราวางระบบจัดการงานหลังบ้านและเชื่อมข้อมูลข้ามระบบมาแล้วหลายงาน แต่การทำเป็นการวางระบบทั้งบริษัทแบบครบเส้นทางเป็นงานที่หนักและต่างกันทุกที่ เราจึงตั้งใจทำกับบริษัทกลุ่มแรกแบบใกล้ชิด และยังไม่มีกรณีศึกษาให้ดู เราเลือกบอกตามตรงมากกว่าจะอ้างผลลัพธ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

คุยกับเรา 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด เป้าหมายคือดูว่างานของคุณตกหล่นตรงไหน และควรเริ่มวางเส้นไหนก่อน

กรอกข้อมูลสั้น ๆ แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดเวลาที่คุณสะดวก ยังไม่ต้องเตรียมผังงานหรือเอกสารอะไรตอนนี้

กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง

ข้อมูลนี้ใช้เพื่อติดต่อกลับและเตรียมการพูดคุยเท่านั้น อ่านประกาศความเป็นส่วนตัว

คำถามที่มักเจอก่อนเริ่ม

รวมคำถามที่หนักที่สุดไว้ด้วย คือทีมจะยอมใช้ไหม และทำแล้วจะได้ลดคนหรือเปล่า

ต่างจากโปรแกรม ERP สำเร็จรูปที่ขายกันทั่วไปยังไง

โปรแกรมสำเร็จรูปมาพร้อมวิธีทำงานของมันเอง คุณต้องปรับบริษัทให้เข้ากับโปรแกรม ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่ครบหรือเลิกใช้ไปเลย เพราะงานจริงมีข้อยกเว้นเยอะกว่าที่โปรแกรมเผื่อไว้ เราทำกลับทาง คือเริ่มจากไล่ดูวิธีทำงานที่คุณใช้จริง แล้วค่อยวางลงในระบบ

ใส่ระบบแล้วงานจะน้อยลงใช่ไหม

ตรงกันข้ามครับ ช่วงแรกงานจะเพิ่ม เพราะคนต้องกรอกข้อมูลที่เมื่อก่อนไม่เคยกรอก และข้อมูลคือหัวใจของระบบแบบนี้ ถ้าไม่มีข้อมูลก็ไม่มีอะไรให้ดู สิ่งที่ได้กลับมาคือความชัดเจนที่ทั้งบริษัทใช้ร่วมกัน ไม่ต้องเดินถามกันอีก เราเลือกบอกตรงข้อนี้ตั้งแต่แรก เพราะถ้าไปรู้ทีหลังคือตอนที่ทีมเริ่มต่อต้านแล้ว

ทำแล้วจะได้ลดคนไหม

ถ้าบริษัทคุณตั้งใจปรับวิธีทำงานอยู่แล้ว ระบบนี้จะไม่ได้ช่วยลดคนครับ สิ่งที่ช่วยคือทำให้ข้อมูลที่เคยอยู่ในหัวคนและในแชท ปรากฏออกมาให้ทุกคนเห็นและตรวจสอบได้ ถ้าเป้าหมายหลักคือลดคน เราจะบอกตรง ๆ ว่านี่อาจไม่ใช่สิ่งที่ควรลงทุนก่อน

ผมมี AI กับระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ยังต้องทำอีกไหม

ยิ่งต้องครับ เพราะ AI กับระบบอัตโนมัติทำงานได้ดีเท่าที่ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปถูกต้อง ถ้าข้อมูลแต่ละแผนกยังไม่ตรงกัน สิ่งที่ได้คือแต่ละส่วนเก่งขึ้นแต่ไปคนละทิศ เหมือนคนเก่งแต่ไปคนละทาง พอวางฐานให้ข้อมูลตรงกันก่อน เครื่องมือพวกนั้นถึงจะให้ผลจริง

ทีมจะยอมใช้ไหม

นี่คือข้อที่ทำให้ระบบแบบนี้ล้มบ่อยที่สุด และตอบตรง ๆ ว่าขึ้นกับผู้บริหารมากกว่าตัวระบบ เราช่วยได้สองทางคือออกแบบจากงานที่เขาทำอยู่แล้วเพื่อไม่ให้กรอกซ้ำ และเริ่มจากเส้นทางเดียวก่อนเพื่อให้เห็นประโยชน์จริงก่อนขยาย แต่ถ้าผู้บริหารไม่ได้ยืนยันว่าจะใช้จริง เราแนะนำให้ยังไม่เริ่ม

ราคาเท่าไหร่

ขึ้นกับว่าวางกี่เส้นทางงาน ถ้าประกาศเป็นราคาเดียว บริษัทที่ทำเส้นเดียวก็จะจ่ายแทนบริษัทที่ทำทั้งบริษัท คุณจะรู้กรอบงบตั้งแต่จบการคุยครั้งแรก ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น

ใช้เวลานานไหมกว่าจะเห็นผล

ส่วนที่ใช้เวลาที่สุดคือการไล่ดูวิธีทำงานจริง ไม่ใช่การเขียนโปรแกรม เพราะหลายบริษัทเพิ่งรู้ตอนไล่ว่าจริง ๆ แล้วแต่ละแผนกทำไม่เหมือนที่คิดไว้ แต่เราเริ่มจากเส้นทางเดียวก่อนได้ ไม่ต้องรอครบทั้งบริษัทถึงจะเริ่มเห็นภาพ

คุยกัน 30 นาที ดูว่างานคุณตกหล่นตรงไหน

ถ้าทุกวันนี้ยังต้องเดินไปถามว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้ว มาคุยกันก่อนได้ครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้ายังไม่ถึงเวลาต้องวางระบบ เราจะบอกคุณตรง ๆ

ปรึกษาเรื่องวางระบบงานข้ามแผนก
ปรึกษาเรื่องวางระบบงานข้ามแผนก