ปรึกษาเรื่องวางระบบ Workflow

รับพัฒนาระบบ Workflow สำหรับงานข้ามแผนก

วางระบบ Workflow ให้เห็นทันทีว่างานถึงไหนและรอใครอยู่

งานอยู่ขั้นไหน ใครรับเรื่องต่อ และเอกสารส่งถึงทีมถัดไปหรือยัง ทุกคนเปิดดูสถานะเดียวกันได้ โดยไม่ต้องเดินถามทีละแผนก

คุยครั้งแรกฟรีก่อตั้งปี 2018ส่งมอบกว่า 150 โปรเจค
ภาพจำลองเอกสารที่ส่งต่อระหว่างผู้รับผิดชอบหลายคนจนงานเสร็จ

ไม่ใช่โปรแกรม Workflow สำเร็จรูปที่บังคับให้บริษัททำงานตาม เราเริ่มจากวิธีทำงานจริงของคุณ แล้ววางลงในระบบ

เหมาะกับบริษัทที่

  • มีหลายแผนกที่ต้องส่งงานต่อกัน
  • มีงานที่ต้องรอการส่งต่อหรือรอคำตอบ
  • เจ้าของยังต้องตามงานเอง

เช็กตัวเอง 30 วินาที

เช็กเร็วๆ ว่าบริษัทคุณโตเร็วกว่าวิธีทำงานไปแล้วหรือยัง

ลองดูว่าตรงกับบริษัทคุณกี่ข้อ ยิ่งโดนหลายข้อ เวลาที่เสียไปกับการตามเรื่องยิ่งมากขึ้นตามจำนวนคน

  • เช้านี้คุณต้องทักถามใครสักคนว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้ว
  • เดือนที่แล้วมีงานที่ลูกค้าต้องทวงก่อน คุณถึงรู้ว่ามันค้างอยู่
  • งานที่ค้างอยู่ตอนนี้ทั้งบริษัท ไม่มีที่ไหนเปิดดูได้ ต้องไล่ถามทีละแผนก
  • สัปดาห์นี้มีเรื่องที่สองแผนกคิดว่าอีกฝ่ายรับไปแล้ว จนสุดท้ายไม่มีใครทำ

เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายแผนกต้องส่งงานต่อกัน ตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป ถ้าโดนสักข้อ คุยกับเราได้เลย

ตอนงานส่งต่อหลายมือ

งานหายไประหว่างทาง แล้วไม่มีใครรู้

ถ้าโดนหลายข้อ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไม่เก่งหรือไม่ขยัน แต่อยู่ที่ไม่มีที่ให้ทุกคนเห็นตรงกันว่าอะไรอยู่ตรงไหน

01

ส่งงานไปแล้ว ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ไหน

คำถามเดียวแต่ต้องไล่ถามสามคนกว่าจะได้คำตอบ และยังไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้อัปเดตล่าสุดหรือเปล่า

02

งานนี้อยู่ที่ใคร ใครรับเรื่องไปแล้ว

เรื่องส่งต่อข้ามแผนกแล้วเงียบไป ไม่มีใครผิดสักคนเพราะทุกคนคิดว่าอีกฝ่ายรับไปแล้ว

03

เรื่องเดียวกัน แต่ละแผนกเล่าไม่ตรงกัน

ฝ่ายขายบอกว่าส่งเรื่องไปแล้ว ทีมปฏิบัติการบอกว่ายังไม่ได้รับ พอไม่มีที่บันทึกว่าใครส่งเมื่อไร ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าตกหล่นตรงไหน

04

เจ้าของกลายเป็นคนตามงานเอง

เวลาที่ควรได้เอาไปคิดเรื่องโต หมดไปกับการเดินถามว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้ว เพราะไม่มีที่ให้เปิดดูเอง

ตัวอย่างงานที่วางเป็นระบบได้

งานแบบไหนควรเอามาวางเป็น Workflow ก่อน

มองหางานที่ต้องผ่านหลายแผนก มีจุดส่งต่อหลายครั้ง หรือมีจังหวะที่ต้องรอคำตอบ เพราะเป็นจุดที่เห็นเจ้าของงานและสถานะได้ชัดที่สุด

รับเรื่องจากลูกค้า

ใครรับเรื่อง ส่งต่อให้ทีมไหน และตอนนี้ลูกค้ารอคำตอบจากใคร

ส่งงานจากฝ่ายขายไปทีมปฏิบัติการ

ฝ่ายขายส่งข้อมูลครบหรือยัง ทีมถัดไปรับเรื่องแล้วหรือยัง

รับของและเบิกของจากคลัง

ของเข้าจริงเท่าไร ใครเบิกไป เหลือเท่าไร

งานที่ต้องส่งต่อข้ามแผนก

เรื่องที่เริ่มจากขายแล้วต้องผ่านทีมปฏิบัติการ คลัง และฝ่ายบริการ

เอกสารที่ต้องส่งต่อหลายคน

เอกสารอยู่ที่ใคร ส่งต่อเมื่อไร และค้างมานานแค่ไหน

ข้อมูลสำหรับผู้บริหาร

ข้อมูลจากหลายแผนกที่ทุกวันนี้ต้องรวบรวมกันใหม่ทุกสิ้นเดือน

คำถามที่เปิดดูเองได้ ไม่ต้องเดินไปถาม

  • งานที่ค้างอยู่ตอนนี้ รอการส่งต่อจากใครบ้าง
  • เรื่องของลูกค้ารายนี้ ตอนนี้อยู่ขั้นไหนและใครถืออยู่
  • งานที่ค้างเกิน 7 วันมีกี่เรื่อง อยู่แผนกไหนมากที่สุด
  • เดือนนี้มีเรื่องที่ตกหล่นระหว่างส่งต่อกี่ครั้ง

ถ้ายังบอกไม่ได้ว่าตกหล่นตรงไหน ไม่เป็นไร ส่วนหนึ่งของการคุย 30 นาทีคือช่วยหาว่าควรเริ่มเส้นไหนก่อน

เราทำงานอย่างไร

สามขั้นตอน เริ่มจากวิธีทำงานที่บริษัทคุณใช้จริง ไม่ใช่จากหน้าจอที่โปรแกรมมีมาให้

1

ตามงานจริงตั้งแต่ต้นจนจบ

เรานั่งดูว่าเรื่องหนึ่งเริ่มที่ใคร ส่งต่อไปที่ไหน ใครรับช่วงต่อ และมักหยุดอยู่ตรงไหน นี่คือส่วนที่ข้ามไม่ได้

2

กำหนดเจ้าของงานและจุดส่งต่อ

นำสิ่งที่เห็นมาเขียนเป็น Workflow ให้ทุกเรื่องมีเจ้าของ มีสถานะ และรู้ว่าขั้นต่อไปรอใครอยู่

3

ทำหน้าจอให้ทุกคนเปิดดู

คนที่เกี่ยวข้องเช็คได้เองว่าเรื่องถึงไหนและอยู่ที่ใคร โดยไม่ต้องเดินถามทีละแผนก

เริ่มจากนั่งดูงานจริง

ภาพประกอบคนทำงานสี่คนกำลังช่วยกันไล่ขั้นตอนส่งต่องานบนโต๊ะประชุม
ภาพประกอบขั้นตอนการดูงาน ไม่ใช่ภาพลูกค้าหรือทีมงานจริง

จบด้วยหน้าจอที่ทุกคนเปิดดูได้

ตัวเลขเป็นตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง

สิ่งที่คนขายระบบมักไม่บอก

งานจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง และไม่ได้ทำมาเพื่อลดคน

เราเลือกบอกสองข้อนี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มคุย เพราะถ้าไปรู้ทีหลังคือตอนที่ทีมเริ่มต่อต้านแล้ว และนั่นคือสาเหตุที่ระบบแบบนี้ล้มบ่อยที่สุด

ช่วงแรก ทีมต้องบันทึกข้อมูลเพิ่ม

ข้อมูลที่เมื่อก่อนไม่เคยจดต้องถูกบันทึกให้ครบ สิ่งที่ได้กลับมาคือทุกคนเห็นสถานะเดียวกันและตามหาสาเหตุได้เมื่อมีงานค้าง

เป้าหมายคือเห็นงาน ไม่ใช่ลดคน

ถ้าบริษัทตั้งใจปรับวิธีทำงานอยู่แล้ว ระบบนี้จะไม่ได้ช่วยลดคน แต่จะทำให้ข้อมูลที่เคยอยู่ในหัวคนปรากฏออกมาให้ทุกฝ่ายเห็น

ถ้าตอบไม่ได้ว่างานค้างกี่เรื่อง แปลว่ายังไม่มีที่ให้เปิดดูและนับได้

เริ่มจากคุยกัน 30 นาที เราจะช่วยหาเส้นทางงานที่ควรวางให้เห็นก่อน

ขอคุยกับทีม 30 นาที

เริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจากเส้นทางงานเดียวก่อน

เลือกงานที่ทีมพูดถึงบ่อยและทุกฝ่ายเห็นปัญหาร่วมกัน เพราะเป็นจุดที่คนพร้อมเปลี่ยนวิธีทำงานและมีโอกาสใช้ระบบจริงมากที่สุด

ขั้นที่ 1

คุยกันก่อน 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่าย

เล่าว่าบริษัทมีกี่แผนก งานวิ่งยังไง และตกหล่นตรงไหนบ่อยที่สุด ถ้าประเมินแล้วยังไม่ถึงเวลาต้องวางระบบ เราจะบอกตรง ๆ

ขั้นที่ 2

เข้าไปดูงานจริง

เสนอขอบเขตให้ดูก่อน

ลงไปนั่งดูว่างานจริงวิ่งยังไงในแต่ละแผนก แล้วเขียนออกมาเป็นแผนผัง ชี้ว่าตกหล่นตรงไหนบ้าง และควรวางเส้นไหนก่อน

ขั้นที่ 3

วางทีละเส้นทาง

แยกการตัดสินใจ

ทำเส้นแรกให้ทีมใช้จริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะต่อเส้นไหน ไม่ใช่เซ็นทีเดียวแล้วรอยาวเป็นปีกว่าจะได้ใช้

คุณจะได้อะไรจากขั้นที่ 2

สิ่งที่ได้
แผนผังว่างานจริงวิ่งอย่างไรในแต่ละแผนก ชี้จุดที่ตกหล่นบ่อยที่สุด และควรวางเส้นทางงานไหนก่อน
รูปแบบ
เอกสารสรุปหนึ่งชุด และนัดนำเสนอกับคุณและหัวหน้าแผนก
ใช้เวลา
1–2 สัปดาห์
เป็นของคุณไหม
เอกสารชุดนี้เป็นของคุณ

ตัวอย่างแผนผังที่ส่งมอบ

เส้นทางรับเรื่องจากลูกค้า

ข้อมูลตัวอย่าง
ภาพตัวอย่างแผนผังการส่งต่องานผ่านสี่ขั้นตอน โดยเน้นจุดที่ต้องกำหนดผู้รับผิดชอบ
งานจริงจะระบุผู้รับผิดชอบ เงื่อนไขการส่งต่อ และจุดที่งานมักค้างตามวิธีทำงานของบริษัทคุณ

คุณจะรู้ขอบเขตงาน ขั้นตอน และสิ่งที่ทีมต้องเตรียมตั้งแต่จบการคุยครั้งแรก แต่ละขั้นแยกตัดสินใจได้ ไม่ต้องเริ่มพร้อมกันทั้งก้อน

ใครอยู่เบื้องหลัง

ประสบการณ์ทำระบบที่ต้องส่งงานต่อกันหลายมือ

I GEAR GEEK เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจไทย ตั้งแต่งานหลังบ้านเฉพาะส่วนไปจนถึงระบบที่ครอบคลุมหลายแผนก

2018

ปีที่ก่อตั้งบริษัท

150+

โปรเจคที่ส่งมอบจริง

30 นาที

เวลาที่ใช้คุยดูว่างานคุณตกหล่นตรงไหน

2,000+

ผู้ใช้งานสูงสุดที่ระบบเรารองรับ

ระบบ Workflow สำหรับงานข้ามแผนก ธุรกิจที่งานต้องส่งต่อหลายมือ ทุกเรื่องมีเจ้าของ มีสถานะ และย้อนดูได้
เชื่อมช่องทางขายที่เปิดให้ต่อได้ มาร์เก็ตเพลส LINE OA และช่องทางรับออเดอร์ ออเดอร์ไหลเข้าระบบเองโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ระบบติดตามเอกสารภายใน ธุรกิจที่เอกสารต้องส่งต่อหลายคน รู้ว่าเอกสารอยู่ที่ใครและค้างมานานแค่ไหน
หน้าจอสรุปข้อมูลผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจหลายแผนก เปิดดูเองได้โดยไม่ต้องสั่งให้ใครทำรายงาน

เราไม่เปิดเผยชื่อลูกค้าและรายละเอียดโปรเจคตามข้อตกลงรักษาความลับ รายการข้างต้นจึงระบุเป็นประเภทงานและกลุ่มธุรกิจแทน

เคยทำระบบหลายแผนกที่ใช้งานจริง

เราเคยส่งมอบระบบที่ครอบคลุมหลายแผนกให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก รองรับมากกว่า 20 สาขาและผู้ใช้งานกว่า 2,000 คน แต่งานแต่ละบริษัทมีเส้นทางและข้อยกเว้นไม่เหมือนกัน เราจึงเริ่มจากดูงานจริงก่อนเสนอว่าควรทำส่วนไหน

คุยเรื่อง Workflow ของบริษัทคุณ 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด เราจะช่วยดูว่างานข้ามแผนกติดอยู่ตรงไหน และควรเริ่มวางเส้นไหนก่อน

กรอกข้อมูลสั้น ๆ แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดเวลาที่คุณสะดวก ยังไม่ต้องเตรียมผังงานหรือเอกสารอะไรตอนนี้

กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง

ข้อมูลนี้ใช้เพื่อติดต่อกลับและเตรียมการพูดคุยเท่านั้น ทีมจะติดต่อกลับภายใน 1 วันทำการ อ่านประกาศความเป็นส่วนตัว

คำถามที่มักเจอก่อนเริ่ม

รวมข้อกังวลสำคัญก่อนตัดสินใจ ทั้งเรื่องการใช้งานของทีม สิ่งที่ต้องเตรียม และระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผล

บริการนี้ต่างจากโปรแกรม Workflow หรือ ERP สำเร็จรูปอย่างไร

โปรแกรมสำเร็จรูปมีขั้นตอนมาให้แล้ว บริษัทต้องปรับงานให้เข้ากับโปรแกรม แต่เราเริ่มจากดูวิธีทำงานและข้อยกเว้นที่มีอยู่จริง แล้วจึงวาง Workflow ให้เหมาะกับบริษัทคุณ

วางระบบแล้ว จะช่วยให้ทีมทำงานน้อยลงไหม

ช่วงแรกงานจะเพิ่มครับ เพราะทีมต้องบันทึกข้อมูลที่เมื่อก่อนไม่เคยจด ถ้าไม่มีข้อมูลก็ไม่มีสถานะให้เปิดดู สิ่งที่ได้กลับมาคือทุกฝ่ายเห็นข้อมูลชุดเดียวกันและไม่ต้องเดินถามกันทีละเรื่อง

ถ้าเป้าหมายคือลดจำนวนคน ระบบนี้ตอบโจทย์ไหม

ถ้าบริษัทคุณตั้งใจปรับวิธีทำงานอยู่แล้ว ระบบนี้จะไม่ได้ช่วยลดคนครับ สิ่งที่ช่วยคือทำให้ข้อมูลที่เคยอยู่ในหัวคนและในแชท ปรากฏออกมาให้ทุกคนเห็นและตรวจสอบได้ ถ้าเป้าหมายหลักคือลดคน เราจะบอกตรง ๆ ว่านี่อาจไม่ใช่สิ่งที่ควรเริ่มก่อน

ถ้ามี AI และระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องวาง Workflow อีกไหม

ต้องดูที่ข้อมูลตั้งต้นครับ ถ้าข้อมูลแต่ละแผนกยังไม่ตรงกัน AI อาจช่วยให้แต่ละส่วนทำงานเร็วขึ้น แต่ยังไปคนละทิศ การวาง Workflow ทำให้ทุกส่วนรู้ว่าใช้ข้อมูลชุดไหนและส่งงานต่อให้ใคร

จะทำอย่างไรให้ทีมยอมใช้ระบบจริง

โอกาสที่ทีมจะใช้จริงขึ้นกับผู้บริหารมากกว่าตัวโปรแกรม เราจะออกแบบจากงานที่ทีมทำอยู่แล้วและเลือกเส้นทางที่ทุกฝ่ายเห็นปัญหาร่วมกันก่อน แต่ถ้าผู้บริหารยังไม่พร้อมกำหนดให้ใช้เป็นวิธีทำงานเดียวกัน เราแนะนำให้ยังไม่เริ่ม

เริ่มวางระบบต้องเตรียมอะไรบ้าง

เริ่มจากเล่าว่าตอนนี้งานวิ่งผ่านใครบ้าง จุดไหนตกหล่นบ่อย และใช้ระบบอะไรอยู่ หลังคุยกัน 30 นาที คุณจะรู้ว่าควรเริ่มจากเส้นทางไหนและต้องเตรียมข้อมูลอะไรต่อ

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มเห็นผล

ขั้นเข้าไปดูงานจริงและทำเอกสารสรุปใช้เวลา 1–2 สัปดาห์ ส่วนระยะวางระบบจริงขึ้นกับเส้นทางงานและจำนวนคนที่เกี่ยวข้อง เราจะแจ้งขอบเขตและระยะเวลาให้ทราบก่อนเริ่มขั้นนั้น

คุยกัน 30 นาที ดูว่าควรเริ่มวาง Workflow ตรงไหน

ถ้าทุกวันนี้ยังต้องเดินไปถามว่าเรื่องนั้นถึงไหนแล้ว มาคุยกันก่อนได้ครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้ายังไม่ถึงเวลาต้องวางระบบ เราจะบอกคุณตรง ๆ

ปรึกษาเรื่องวางระบบ Workflow
ปรึกษาเรื่องวางระบบ Workflow